อยากมี “เงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกในชีวิต” ในรูปแบบความคิดของ Wizard Kid

0
4482

Realistic Ways to Make Your First 1 Million Baht by Wizard Kid Trader
อยากมี “เงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกในชีวิต” ในรูปแบบความคิดของ Wizard Kid

…ทุกคนต่างฝันอยากมีเงินเก็บหลักล้าน อาจจะเพื่อความมั่นคงในชีวิตหรือเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งในอนาคต..
…แต่จะมีสักกี่คน…ที่ “กล้าจะเดินตามฝัน” และ “สร้างฝันให้เป็นจริง”..
บทความนี้วีคิดตั้งใจเขียนขึ้นโดยอ้างอิงจากประสบการณ์จริงในช่วง “มีเงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกในชีวิต”
เป็นบทความที่กลั่นกรองออกมาแล้วเชื่อมั่นได้ว่า “อยุ่บนความเป็นจริง ไม่ได้เพ้อฝัน”
เพียงแค่เรามุ่งมั่น ไม่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ…


1. เพิ่มส่วนต่างของกำไรจากรายได้ต่อเดือน (Boost Your Profit Margin)

พูดสั้นๆก็คือ “มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อยเหมือนเดิม” มันอาจจะฟังดูทำง่าย แต่มันยากมากๆที่จะทำได้ เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อมีรายได้มากขึ้น ใจของเราก็จะใหญ่ขึ้นตาม อยากจะใช้เงินซื้อโน่นนี่นั่นตามที่ตัวเองเคยฝันอยากได้ไว้ ถามว่าผิดมั๊ย ก็ไม่ผิด แต่ต้องเตือนสติตัวเองตลอดว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเราคือการมีเงินเก็บล้านแรกให้ได้ ไม่ใช่รีบใช้กับของฟุ่มเฟือยตามกระแสแฟชั่น ยิ่งมีการเก็บเงินได้เยอะ เพราะเราควบคุมรายจ่ายเท่าที่จำเป็นได้ ระยะเวลาที่จะมีเงินเก็บได้ถึงล้านแรกนั้น ก็จะเร็วกว่าที่เราคิดไว้

ลองใช้กลยุทธ์ “ได้มาเท่าไหร่ เก็บไว้ครึ่งนึง ที่เหลือแบ่งไปลงทุนกับใช้จ่าย” แบบที่ผมทำตอนที่เริ่มมีรายได้ต่อเดือนเยอะขึ้นดูครับ มันอาจจะทรมานจิตใจบ้าง แต่ผลลัพธ์ที่เราอยากมีเงินเก็บล้านแรกให้เร็วที่สุดได้นั้น มันคุ้มค่าจริงๆ

2. เริ่มด้วย 10 ล้านบาท!! (Start With 10 Million Baht)

ผมเป็นคนนึงที่เชื่อมากๆเรื่อง “กฎแห่งแรงดึงดูด” บอกตัวเองทุกวันว่าอยากมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกให้ได้ก่อนอายุ 25 ปี และสิ่งที่ผมเชื่อมากๆคือ “การตั้งเป้าหมายให้ไกลกว่าเป้าหมายระยะสั้นของตัวคุณ”
จงตั้งเป้าหมายไปเลยว่า เป้าหมายของเราคือ “10 ล้านบาท” มันอาจจะดูเว่อร์ แต่ขอให้เชื่อผมว่า เมื่อคุณมีการวางแผนทุกอย่าง ไม่ว่าการทำงาน การลงทุน ในเป้าหมายที่ไกลกว่าเป้าหมายระยะสั้นของคุณ โอกาสที่คุณจะมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกได้นั้น มีสูงมากๆครับ

3. เปิดบัญชีธนาคารเล่มใหม่ (Open a New Bank Account)

อยากจะแนะนำให้ทุกคนแยกสมุดบัญชีธนาคารอย่างน้อย 2 – 3 เล่ม ครับ เล่มแรกสำหรับรายได้ประจำเดือนและรายจ่าย เล่มสองสำหรับเงินเก็บยามฉุกเฉิน และเล่มสามสำหรับเงินที่สะสมไว้เพื่อการลงทุน

โดยเราควรตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าจะแบ่งเงินจากเล่มแรก มาสู่เล่มสองกับสามเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ อันนี้คงต้องแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคนแล้วว่าจะแบ่งสัดส่วนอย่างไร แต่มันย่อมดีกว่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในบัญชีเดียว

4. เปลี่ยนความชอบให้เป็นธุรกิจ (Turn Your Passion into a business)

อย่าคิดแต่แค่จะเก็บเงินจากงานประจำอย่างเดียว ควรมองหาโอกาสที่จะทำธุรกิจจากสิ่งที่คนหลงใหลไปด้วย เพราะนอกจากคุณจะมีความสุขกับการทำธุรกิจที่คุณชอบแล้ว คุณอาจจะประสบความสำเร็จจนมีเงินเก็บมากกว่าล้านบาทได้เช่นกัน

5. ลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย (Invest Early)

ยิ่งเริ่มลงทุนเร็ว ยิ่งได้เรียนรู้ความผิดพลาดเร็ว อันนี้คือเรื่องจริงสุดๆครับ เพราะยิ่งเราได้เรียนรู้ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาดตั้งแต่อายุน้อย โอกาสที่เราจะแก้ไขข้อผิดพลาดจากการลงทุนย่อมมีมากขึ้นจากอายุที่น้อยของตัวเราเอง

ลองคิดดูว่าถ้าเรามีความสามารถที่จะทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้ปีละ 5-10% ต่อปี ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ เทียบกับเพิ่งเริ่มลงทุนตอนอายุ 30 ปี ใครจะมีโอกาสทำเงินล้านแรกได้เร็วกันกว่า
อย่ากลัวที่จะลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยครับ ศึกษาเยอะๆ แล้วลองดูได้เลย

6. จงอดทนอย่างใจเย็น (Be Patient)

“ล้านแรกย่อมยากกว่าล้านที่สอง” ประโยคนี้คือความจริง แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการอดทน เพราะการทำเงินเก็บ 1 ล้านบาทแรกในชีวิตนั้น ย่อมใช้ระยะเวลานานกว่าสิ่งใด เพราะมันคือเงิน 1 ล้านบาทแรกในชีวิต
บอกตัวเองเสมอ เตือนย้ำไว้ในใจตลอดเวลาที่เริ่มท้อแท้ว่า ตัวเรานั้นต้องมุ่งมั่น ต้องอดทนและโฟกัสกับเป้าหมายของเราให้ได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยง่าย แต่ก็ไม่มีอะไรที่ยากจนเกินเอื้อมครับ ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องใช้เวลาบ่มเพาะกันทั้งนั้น เงิน 1 ล้านบาทแรกก็เช่นกัน

7. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต (Adjust Your Lifestyle)

หาเวลานั่งคุยกับตัวเอง แล้วหยิบกระดาษมาพร้อมเขียนทบทวนว่าคุณใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร รายจ่ายฟุ่มเฟือยมากน้อยแค่ไหน แล้วตัวเราเองจะแปลกใจว่า รายจ่ายฟุ่มเฟือยจริงๆในชีวิตของเรา มันก็น่าจะเยอะพอสมควร

ชอบกินกาแฟร้านหรู ก็ปรับมาชงดื่มเองก็ได้
ชอบเที่ยวกลางคืน ก็ปรับลดจากเที่ยวทุกอาทิตย์ให้เหลือเดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง ลดไปเรื่อยๆ จนไม่ต้องเที่ยวกลางคืนแล้วเราก็อยู่ได้สบายดี แล้วคุณจะเห็นว่าคุณประหยัดเงินจากส่วนนี้ไปได้เยอะจนเหลือเชื่อ

ชอบทานอาหารร้านหรูบ่อยๆ ก็ค่อยๆปรับลดมาทานเฉพาะโอกาสพิเศษก็พอ
อย่าไปเห่อวัตถุนิยมตามกระแสมากจนเกินไป เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างที่เท่าทันกระแสแฟชั่น ไม่ว่าจะมือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ถ้ามันยังไม่พัง เราก็ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนไปใช้รุ่นใหม่ๆ

จำไว้เสมอว่า “เราไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ ถ้าเรายังใช้จ่ายมากกว่ารายได้ของตัวเรา”

8. ลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (Invest in Index Fund)

มันดูเหลือเชื่อ แต่เรื่องจริงคือ ถ้าเราลงทุนในกองทุนรวมดัชนี หรือ Index Fund เรื่อยๆเป็นระยะเวลานานมากกว่า 10 ปี ผลตอบแทนที่ได้เฉลี่ยต่อปี มักจะได้ดีกว่าการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไปหรือหุ้นบางตัวซะอีก
แบ่งรายได้บางส่วนมาซื้อสะสม Index Fund ทุกๆเดือน ก็ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจเช่นกันครับ ลองเก็บไว้พิจารณาดู

9. หลีกเลี่ยงการคิดแง่ลบกับตัวเราเอง (Avoid a Self-Defeating Mindset)

อย่าไปคิดว่าคนอื่นเป็นเจ้าของชีวิตคุณ ตัวคุณคือเจ้าของชีวิตคุณเอง
อย่าปล่อยให้จิตใจคุณวอกแวก ถ้าเป้าหมายคุณมันชัดเจนอยู่แล้ว
อย่ากลัวการเรียนรู้ จงเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิตคุณ
อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เพราะถ้าคิดเช่นนั้น ตัวเราก็แพ้ตั้งแต่แรกแล้ว

10. มองหาโอกาสใหม่ๆอยู่เสมอ (Always looking for a new opportunity)

ในขณะที่เราทำงานประจำของเราเอง ก็อย่าลืมที่จะหาโอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานหรือธุรกิจ รวมไปถึงการลงทุนใหม่ๆ ที่อาจจะทำรายได้เสริมดีๆ หรือเป็นงานหลักพร้อมรายได้ที่สูงขึ้นกว่าเดิมให้ตัวเราได้
แทนที่จะใช้เวลายามว่างไปเดินเล่นดูหนังฟังเพลงตามห้างสรรพสินค้า ลองเปลี่ยนเป็นหางานสัมมนาดีๆ หรือเดินดูงานแฟร์ต่างๆ ที่ตัวเราเองอาจจะปิ๊งไอเดียหรือพบเจอโอกาสใหม่ๆดีๆที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของตัวเราเองได้

11. รีบเคลียร์หนี้สินให้หมด (Dominate Debt)

เงินเก็บล้านแรกในชีวิตจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าตัวเราไม่สามารถจัดการกับหนี้สินรายจ่ายต่อเดือนของตัวเราได้
คำแนะนำของผมคือ รีบเคลียร์หนี้สินที่มีอยู่ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันคงยากสำหรับหลายๆคน แต่ผมเชื่อว่าหากเรามีการวางแผนทางการเงินที่ดีแล้ว ทุกคนสามารถเคลียร์หนี้สินพร้อมเพิ่มทรัพย์สินส่วนตัวได้อย่างแน่นอน

12. จงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี (Be in a good environment)

“อยู่กับคนแบบไหน คุณก็จะเป็นคนแบบนั้น” อันนี้คือเรื่องจริงอีกเช่นกัน พยายามให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่คุณอยากจะเป็นให้ได้ ถ้าคุณชอบลงทุน คุณก็ควรอยู่ในกลุ่มของนักลงทุน เพราะทุกคนมีสิ่งที่ชอบคล้ายๆกัน จะยิ่งช่วยให้ตัวคุณเองอยากจะพัฒนาตัวคุณเองและการลงทุนของคุณให้ดีขึ้นโดยอัตโนมัติครับ

อยู่กับคนที่ใฝ่รู้ คุณก็ย่อมอยากจะใฝ่รู้ตาม
อยู่กับคนที่ขี้เกียจ คุณก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจเช่นกัน
———————————————————————————————        เมื่อมีล้านแรกแล้ว อยากวางแผนใช้ล้านแรกลงทุนอย่างไรต่อไปดี ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
———————————————————————————————

LEAVE A REPLY