[สรุปสัมมนา DW28] เมื่อวีคิดไปฟังลุงโฉลก เผยเคล็ดลับ “ปรับ Mindset เทรดแบบมีวินัย”

    0
    7915

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ทางบริษัทหลักทรัพย์ แมคควอรี ประเทศไทย(Macquarie) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้าน Derivative Warrant (DW28)  ได้ชวนให้วีคิดไปร่วมฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ

    ปรับ Mindset เทรดแบบมีวินัย กับ The Master ลุงโฉลก

    ซึ่งเป็นการบรรยายพิเศษโดย คุณโฉลก สัมพันธารักษ์ หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม “ลุงโฉลก” นั่นเอง

    ขอคุณลุงถ่ายรูป…คุณลุงแข็งแรงสดใสมากๆครับ -/\-

    สรุปเนื้อหาที่ได้จากงานสัมมนาน่ะครับ
    – ช่วงแรกก่อนที่คุณลุงโฉลกจะขึ้นพูด ทางทีมงาน DW28 ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนใน DW อย่างถูกวิธีแบบเข้าใจง่ายและใช้งานได้จริง

    โดยผู้ที่สนใจเริ่มต้นลงทุนใน DW สามารถเข้าไปติดตามศึกษาได้จาก

    เว็บไซต์: www.thaidw.com
    Line: @thaidw
    Facebook Fan Page: facebook.com/macquariedw28

    DW (Derivative Warrant) มีข้อดีอะไรบ้าง

    – เทรดได้ทั้งตลาด Bull & Bear : จะขาขึ้นหรือขาลงก็สามารถเทรดได้
              – มองขึ้น ให้เลือก Call DW
    – มองลง ให้เลือก Put DW

    – ใช้เงินทุนน้อย แต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง (ต้องระวังขาดทุนหนักเช่นกัน)

    – Effective Gearing (อัตราทด) คือ ตัวชี้วัดการเคลื่อนไหวราคาของ DW เมื่อราคาของหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนแปลง เช่น อัตราทด 3 เท่า หมายถึง ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงขึ้น 1% แต่ DW อาจขึ้นได้ถึง 3% และในขาลงก็เป็นเช่นเดียวกัน

    จากตารางข้างต้น ถ้านักลงทุนซื้อหุ้นอ้างอิงมูลค่า 1,000,000 บาท แล้วราคาหุ้นอ้างอิงขยับขึ้น นักลงทุนจะได้ผลตอบแทน 10,000 บาท แต้ถ้านักลงทุนซื้อ DW มูลค่า 1,000,000 บาท แล้วราคาหุ้นอ้างอิงขยับขึ้น นักลงทุนจะได้ผลตอบแทน 30,000 บาท เพราะเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงขยับขึ้น 1% ราคาของ DW จะปรับตัว 3% ซึ่งคิดเป็นอัตราทด 3 เท่า

    ดังนั้นแล้ว DW ที่มีอัตราทดสูงๆ จึงเหมาะสมกับนักลงทุนระยะสั้นถึงปานกลาง ที่ต้องการผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น

    อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงในการลงทุนใน DW ที่มีอัตราทดสูงๆเช่นกันน่ะครับ เพราะยิ่งมีอัตราทดสูงเมื่อราคาของหุ้นอ้างอิงปรับตัวสวนทางก็มีโอกาสขาดทุนสูงได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรเลือก DW ที่มีอัตราทดที่เหมาะสมกับผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยงที่ตนสามารถยอมรับได้ (การลงทุนมีความเสี่ยงน่ะครับน่ะ)

    DW Symbol (สัญลักษณ์ในการซื้อขาย DW)

    วีคิดทำรูปออกมาอธิบายความหมายได้ง่ายๆแบบนี้ครับ

    วิธีการเลือก DW
    1. แนวโน้มหุ้นอ้างอิง: ต้องเลือกหุ้นอ้างอิงที่มีทิศทางชัดเจนไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง
    2. ระยะเวลาในการลงทุน
    3. Effective Gearing: ผลตอบแทนแปรผันตรงกับความเสี่ยง
    4. Implied volatility: ค่า IV ที่ต่ำ = ต้นทุนที่ต่ำ

    Effective Gearing VS อายุ DW
     ส่วนตัวแนะนำเลือก DW ที่มีอายุยาวก่อนครับ จะค่อนข้างปลอดภัยกว่า…

    Effective Gearing VS สถานะ DW

    ควรดูแนวโน้มทิศทางของหุ้นอ้างอิง และระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ ถ้าคาดว่าแนวโน้มชัดเจน ก็อาจจะพิจารณา DW ที่มีสถานะ OTM เนื่องจากจะได้ประโยชน์จาก Effective Gearing ที่สูงแต่ถ้ายังไม่มั่นใจและไม่อยากรับความเสี่ยง ก็สามารถพิจารณา DW ที่มีสถานะ ITM ก็ได้ครับ

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คือ DW ที่ Wide Spread หรือราคา Bid-Offer ห่างกันมากๆ
    – เนื่องจาก Market Maker อาจวาง Spread ที่กว้างใน DW บางรุ่นในกรณีที่มีความเสี่ยง เช่น
    1) DW ที่ใกล้หมดอายุ (ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนหมดอายุ)
    2) สถานะ Deep In หรือ Out of the money
    3) รุ่นที่ขายหมด

    สำหรับเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับ DW เพิ่มเติมนั้น ผมได้ทำสรุปไว้บางแล้วตามลิ้งค์นี้ครับ http://wizardkidtrader.com/dw28set50seminar/ ลองเข้าไปอ่านกันต่อได้เลยครับ

    ……………………………………………………………………………………………………..

    สรุปสัมมนาการบรรยายเรื่อง ปรับ Mindset เทรดแบบมีวินัย กับ The Master ลุงโฉลก

    การลงทุนที่ดีควรมี 3 M
    Method : มีวิธีการลงทุนที่เป็นระบบแน่นอน ไม่มวยวัด ไม่เล่นแบบพนัน
    Money Management : การบริหารจัดการเงินทุนของคุณ
    – มีการกำหนดในส่วนของกำไรว่าต้องการที่เท่าใด หรือการขาดทุนว่าเราจะ cut loss ที่ตรงไหนอย่างไร
    การวางเงินในแต่ละคำสั่งถือว่าเป็นเรื่องของ Money Management ทั้งสิ้น
    Mindset : จิตวิทยาการลงทุน + ทัศนคติที่ดี

    ควรแบ่งบัญชีการลงทุนเป็น 3 ส่วน : ทองคำ, ที่ดิน, หุ้น  โดยเน้นถือเงินสดให้น้อยที่สุด เพราะถ้าฝากเงินสดในธนาคารอย่างเดียว มูลค่าเงินจะลดลงตามอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

    ค่า Gearing ที่มีค่ามากกว่า 1 ต่อ 2 นั้น ก็ถือว่าเยอะและอันตรายแล้วในมุมมองของลุงโฉลก
    – ยิ่ง Gearing สูง เวลาเราเจอ Drawdown เราจะทนไม่ได้

    Mindset คุณต้องมีระบบที่แน่นอน ชัดเจน แล้วเราถึงจะมั่นใจ
    – ต้องมีระบบของตัวเอง ระบบที่ดี ถูกทาง 40 ผิด ทาง 60 แต่ตอนถูกได้เยอะ ก็คือดีมากแล้ว
    – ต้องมี Stop Loss ที่ดี
    – ระบบที่ดีต้องรู้สัดส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Expectancy Rate (สัดส่วนความคาดหวังของกำไร), Win-Rate (อัตราส่วนที่จะชนะ), Risk-Rewards (สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่เราจะเสียได้)
    – ทน Drawdown (การย่อลงของพอร์ท) ได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้มีผลมากๆต่อการหาระบบที่เหมาะกับตัวเรา

    ควรมีและศึกษาเกี่ยวกับโรบอทเทรด
    – คุณลุงมองว่าในระยะยาว โรบอทจะชนะคน เนื่องจากคนมีเงื่อนไขของสภาพแวดล้อมทั้งทางกายและใจมาเกี่ยว
    – โรบอทไร้ใจและเทรดได้ 24 ชั่วโมง ไม่เหนื่อย!

    ไม่เล่นหรือลงทุนสวน Trend
    – ถ้า Trend เป็นขาขึ้นภาพใหญ่ก็ไม่ควรจะเล่น Short เป็นหลัก
    – ถ้า Trend เป็นขาลงภาพใหญ่ก็ไม่ควรจะเล่น Long เป็นหลัก
    – Trend is your friend เล่นตามแนวโน้มภาพใหญ่แล้วโอกาสทำกำไรดีๆจะมาเอง

    ถ้าจะเทรด DW ก็ควรรู้จักการคำนวณความเสี่ยงก่อน

    – Risk capital = เงินที่พร้อมจะขาดทุน ในกรณีผิดทาง หรือความเสี่ยงที่เรารับได้นั่นเอง
    – Risk @ Stop = ราคา High – ราคา Low
    – Risk of Ruin = ความเสี่ยงที่พร้อมจะเสียได้
    – Position Size = จำนวนหุ้นที่เราจะถือได้ = Risk Capital / Risk @Stop
    – %Profit = (Price x Position Size) / Risk Capital

    *** เรื่องนี้มีประโยชน์มากๆในการเอามาลงทุนใน DW (โดยเฉพาะกับค่าย DW28 น่ะ)***

    ตัวอย่างที่คุณลุงแสดงให้ดูน่ะครับ

    จากรูปคือ DW ตัว S5028C1712A
    ก่อนจะทำการซื้อทุกครั้งต้องทำการคิดเป็นระบบก่อน
    – Risk Capital = 10,000 บาท

    – Risk @ Stop = กรอบราคาไฮ – ราคาโลว์ = 1.2447 – 1.1121
    = 0.1326 บาท

    – Position Size = จำนวนหุ้นที่เราจะซื้อได้ = Risk Capital / Risk @Stop
    = 10,000 / 0.1326
    = 75,400 หุ้น

    **หมายความว่า ถ้าเราซื้อ DW ตัวนี้ (S5028C1712A) ด้วยจำนวนหุ้น 75,400 หุ้น ที่ราคาระหว่าง 1.2447 กับ 1.1121 บาท (สำหรับตัวอย่างนี้) ความเสี่ยงที่รับได้คือ 10,000 บาท
    – สมมติซื้อ DW ตัวนี้ที่ราคา 1.2 บาท จำนวน 75,400 หุ้น
    – เราต้องใช้เงินทั้งหมด 75400 x 1.2 = 90,480 บาท
    – ความเสี่ยงในการขาดทุนคือ ถ้าราคาต่ำกว่า 1.2 – 0.1326 = 1.0674 บาท เราก็ควร cut loss ตามวินัย เพื่อที่จะขาดทุน ไม่เกิน 10,000 บาท นั่นเองครับ

    – Profit = Position Size x Ending Positon (ราคาขาย)
    สมมติว่าขายได้ที่ราคา 1.79 บาท กำไรที่ได้คือ 1.79 x 75,400 = 134,966 บาท
    เท่ากับว่าเราจะกำไร = (134,966 – 90,480) x 100
    = 49.17%

    กลยุทธ์นี้จะป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนหนักๆได้ และยังมีโอกาสที่จะทำกำไรงามๆได้เช่นกันครับ
    …………………………………………………………………………………………………

    คุณลุงโฉลกไม่แนะนำให้เลือก DW ที่ใกล้หมดอายุ
    – จะโดน Time Decay กินหมด
    – เล่นเดือนที่มีอายุสัญญาไกลๆ จะได้เปรียบกว่า

    ต้องกำหนด Position Size เสมอ ก่อน Call หรือ Put
    – 
    อย่าเพิ่งมองกำไร แต่ให้จำกัดการขาดทุนเสมอ

    สำหรับส่วนสุดท้าย อันนี้วีคิดได้ข้อคิดหลายอย่างจากการที่ฟังคุณลุงโฉลกได้บรรยาย
    โดยเฉพาะในส่วนของ “สัญญาณแมงเม่า” ที่มักจะมีพฤติกรรมการลงทุนที่คล้ายๆกัน ดังนี้

    – แมงเม่าไม่สนใจแนวคิด ไม่อยากจะเข้าใจวิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จจากตลาดหุ้น สิ่งเดียวที่แมงเม่า           สนใจคือ “หุ้นเด็ดพลิกชีวิต” ซะมากกว่า (เข้าฟังสัมมนาเพื่อหวังหุ้นเด็ดอะไรแบบนั้น)

    – ชอบทำตามคนส่วนใหญ่ แห่ตามกันไป โดยไม่ผ่านการคิดด้วยตัวเองเสียก่อน

    – ชอบคิดว่าตัวเอง “ถูกเสมอ” และคนอื่น “ผิดเสมอ” อันนี้ไม่ดีน่ะ

    – อยากได้สิ่งที่เรียกว่า “Holy Grail” สูตรทำเงินง่ายๆอะไรประมาณนั้น

    – ชอบซื้อที่ดอย ชอบขายที่เหว

    – ไม่ชอบ “ทำการบ้าน” เลือกหุ้น ทั้งๆที่มีประโยชน์มากๆ

    – ไม่รู้ว่าบริษัทที่ซื้อขายนั้น ทำธุรกิจอะไร

    – ไม่กล้าทำตาม “วินัย” ชอบ let loss run แต่ cut profit

    – ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการซื้อขาย
    …………………………………………………………………………………………………………..
    ขอขอบคุณ บล.แมคควอรี (ประเทศไทย) ที่ชวนให้ผมมาฟังสัมมนาเสริมความรู้ดีๆแบบนี้ครับ
    ฝาก DW 
    ของค่าย 28 (DW28) ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบ DW ด้วยน่ะครับ

    ขอบคุณครับ

    พีร์ บุญชนะวิวัฒน์
    facebook.com/WizardKidTrader

    LEAVE A REPLY